10 ข่าวดังวงการการ์ตูนแห่งปี 2007 อันดับที่ 7
posted on 20 Dec 2007 22:35 by tamanxzg in Anime-Maniacคำชี้แจง : การจัดอับดับอ้างอิงตามความคิดของข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยยึดเอาข่าวที่ส่งผลกระทบวงกว้าง และเป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายในวงการการ์ตูน (โดยเฉพาะการ์ตูนญี่ปุ่น) เป็นสำคัญ
อันดับที่ 7 ภาวะตกต่ำสุดขีดของวงการการ์ตูนญี่ปุ่น
แม้ว่าจะเป็นเรื่องไกลตัวก็จริง แต่เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ย่อมส่งผลต่อวงการการ์ตูนญี่ปุ่นในบ้านเราด้วยเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ วงการมังงะ หรือหนังสือการ์ตูน ในปีที่ผ่านมามูลค่าการขายหนังสือการ์ตูนในประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ที่ 481,000 ล้านเยน ตกลงจากปีที่แล้ว 4.2% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ยอดขายต่ำกว่า 5 แสนล้านเยน โดยเฉพาะพวกแมกกาซีนนั้นลดลงมากที่สุด ทำให้มีข่าวร้ายเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เริ่มตั้งแต่
โชเน็นจัมป์รายเดือนของสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะ จะหยุดตีพิมพ์ในฉบับที่ 7 (6 มิ.ย.) เนื่องจากยอดขายที่ลดลงถึง 30% จึงไม่สามารถทนรับภาวะขาดทุนต่อไปได้ โชเน็นจัมป์รายเดือนเริ่มพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 1970 และในปี 1989 ทำยอดขายได้ถึง 1.4 ล้านเล่มต่อเดือน แต่ในปัจจุบันยอดขายกลับทำได้เพียง 420,000 เล่มเท่านั้น เรื่องเด่นๆในเล่มก็มี บีต นักล่าอสูร (Beet the Vandel Buster),อสูรสาวพิฆาตมาร (Claymore),อิตโต้ ภาค 2,Blue Dragon St ,โรซาริโอ้ แวมไพร เป็นต้น ซึ่งจะกระจายกันไปพิมพ์ต่อทั้งใน จัมป์รายสัปดาห์ และ จัมป์สแควร์นิตยสารรายเดือนเล่มใหม่ต่อไป
ยอดขาย โชเน็นแมกกาซีน ของสำนักพิมพ์โคดันฉะ ร่วงหนัก จากแต่ก่อนที่เคยมียอดขายกว่า 3 ล้านเล่มต่อสัปดาห์ ตกลงเหลือเพียง 1.9 ล้านเล่มเท่านั้น ทำให้โชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ยังคงครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดต่อไป เรื่องเด่นๆในเล่มก็มี เนกิมะ, School Rumble, Air Gear, ซึบาสะ สงครามเทพข้ามมิติ เป็นต้น
ปิด Young King Ours+ ของค่าย Shonen Gahosha โดยการ์ตูนเด่นในเล่มมี Lock the Superman Raizer ของอ.ยูกิ ฮิจิริ, Holy Brownie ของอ.โคชิ ริคุโด ผู้เขียน Excel Saga และ Hellsing : The Dawn ของอ.โคตะ ฮิราโนะ
ปิดสำนักพิมพ์ Asahi Sonorama แม้ว่าจะเป็นบริษัทลูกของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง อาซาฮี เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 1959 หนังสือการ์ตูนที่ตีพิมพ์ในชื่อของอาซาฮีโซโนรามา จะถูกนำไปตีพิมพ์ในชื่อของหนังสือพิมพ์อาซาฮีแทน งานของ อ.อิโต จุนจิ แห่งก้นหอยมรณะ (และคลังสยองขวัญลงหลุม) ก็สังกัดค่ายนี้เหมือนกัน
Enterbrain สั่งปิด Magi-Cu (Magical Cute) หนังสือที่มีส่วนผสมของการ์ตูน นิยาย และภาพอิลลัสท์ เน้นความโมเอะ ได้กำหนดให้ฉบับที่ 40 (25 มิ.ย.) เป็นฉบับสุดท้ายหลังจากที่ออกมานานถึง 7 ปี
Shonen Fang ของสำนักพิมพ์ Leeds ปิดตัวในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เปิดตัวได้เพียงปีเดียว คาดกันว่าคงมีโดนลอยแพกันแน่นอน
Comic Bom Bom ของ โคดันฉะ ปิดตัวลงตามมา หลังจากที่เป็นการ์ตูนจับกลุ่มเด็กประถมมาถึง 26 ปี ล่าสุดยอดขายที่ลดลงเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะชนะ Coro Coro Comic ของโชกาคุคังได้ มีหลายเรื่องที่ทยอยจบลง ที่ยังไม่จบก็คงจะไปต่อใน Shonen Rival ที่จะเปิดตัวใหม่ จับกลุ่มเด็กม.ต้น โดยการ์ตูนนำน่าจะเป็น Get Backers ภาคใหม่ (ยังไม่จบไม่สิ้นกันสินะ) เรื่องเด่นในเล่มก็มี Negima Neo (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับเนกิมะธรรมดานะ)
นอกจากในวงการมังงะแล้ว วงการอนิเมก็แย่เช่นกัน หนังสือพิมพ์นิคเคอิ ได้ทำสำรวจผลประกอบการในปี 2007 ของบริษัทอนิเมชันในญี่ปุ่น พบว่าหลายบริษัทมีกำไรลดลงอย่างน่าเป็นห่วง TOEI ANIMATION กำไรหดหายไป 28% หรือ 2,700 ล้านเยน จากยอดขาย DVD ที่ลดลง BANDAI VISUAL ลดลง 3% หรือ 4,800 ล้านเยนเพราะยอดขาย CD เพลงจากค่าย Lantis ไม่ดีขึ้น ส่วน GDH หรือว่า GONZO DIGIMATION HOLDING นั้นน่าจะดีที่สุดเนื่องจากใช้วิธีลดต้นทุนแทน (เผามากขึ้นใช่ไหม - -)
ด้วยเหตุนี้ ทางค่ายผู้ผลิต โดยเฉพาะ GDH ต่างลงความเห็นว่า แฟนซับนั้นเป็นตัวทำลายวงการอนิเมญี่ปุ่น ส่งผลให้ยอดขายในต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกาลดลงอย่างมาก และทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็มีการของร้องรัฐบาลสหรัฐให้ปราบปรามพวกละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการเผยแพร่ผ่านโปรแกรม download แบบ P2P (bit torrent ทั้งหลายนั่นแหละ) และยังมีทาง Sunrise ที่มอบสิทธิ์ให้กับ DEX ในการดูแลการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆในไทย (แม้ว่าบางเรื่องจะยังไม่ได้ลิขสิทธิ์เข้ามาก็ตาม) ซึ่งในต่างประเทศก็มีการทำแบบนี้เช่นเดียวกัน
ท่าทางปัญหานี้จะยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะมันประกอบด้วยหลายๆปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจในญี่ปุ่นเอง จำนวนผู้อ่านและผู้ชมหน้าใหม่ก็ลดลงเนื่องจากมีสื่อใหม่ๆต่างเข้ามาทำตลาดตรงนี้ รวมไปถึงความพยายามที่จะลดทุนทำให้ผลงานออกมาไม่ได้คุณภาพที่ดีพอ
ข้อมูลรวบรวมจาก http://www.cartoon.co.th
ปล. ในบ้านเราก็ไม่ต่างกัน ยอดขายในสำนักพิมพ์ต่างๆก็ลดลงอย่างมาก จนหลายๆค่ายเริ่มจะต้องปรับตัวอย่างมาก (รวมทั้งบ่นก็มาก)
ปล.2 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการละเมิดลิขสิทธิ์ส่งผลรุนแรงต่อวงการการ์ตูนมากขนาดไหน สำหรับผมแล้วก็อุดหนุนอนิเมลิขสิทธิ์อยู่เสมอๆ ครับ
ปล.3 ข่าวนี้มันเครียดไปรึเปล่านะ ^^
#1 By AnimeWving on 2007-12-20 23:22