คำชี้แจง : การจัดอับดับอ้างอิงตามความคิดของข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยยึดเอาข่าวที่ส่งผลกระทบวงกว้าง และเป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายในวงการการ์ตูน (โดยเฉพาะการ์ตูนญี่ปุ่น) เป็นสำคัญ

อันดับที่ 7 ภาวะตกต่ำสุดขีดของวงการการ์ตูนญี่ปุ่น

แม้ว่าจะเป็นเรื่องไกลตัวก็จริง แต่เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ย่อมส่งผลต่อวงการการ์ตูนญี่ปุ่นในบ้านเราด้วยเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ วงการมังงะ หรือหนังสือการ์ตูน ในปีที่ผ่านมามูลค่าการขายหนังสือการ์ตูนในประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ที่ 481,000 ล้านเยน ตกลงจากปีที่แล้ว 4.2% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ยอดขายต่ำกว่า 5 แสนล้านเยน โดยเฉพาะพวกแมกกาซีนนั้นลดลงมากที่สุด ทำให้มีข่าวร้ายเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เริ่มตั้งแต่

โชเน็นจัมป์รายเดือนของสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะ จะหยุดตีพิมพ์ในฉบับที่ 7 (6 มิ.ย.) เนื่องจากยอดขายที่ลดลงถึง 30% จึงไม่สามารถทนรับภาวะขาดทุนต่อไปได้ โชเน็นจัมป์รายเดือนเริ่มพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 1970 และในปี 1989 ทำยอดขายได้ถึง 1.4 ล้านเล่มต่อเดือน แต่ในปัจจุบันยอดขายกลับทำได้เพียง 420,000 เล่มเท่านั้น เรื่องเด่นๆในเล่มก็มี บีต นักล่าอสูร (Beet the Vandel Buster),อสูรสาวพิฆาตมาร (Claymore),อิตโต้ ภาค 2,Blue Dragon St ,โรซาริโอ้ แวมไพร เป็นต้น ซึ่งจะกระจายกันไปพิมพ์ต่อทั้งใน จัมป์รายสัปดาห์ และ จัมป์สแควร์นิตยสารรายเดือนเล่มใหม่ต่อไป

ยอดขาย โชเน็นแมกกาซีน ของสำนักพิมพ์โคดันฉะ ร่วงหนัก จากแต่ก่อนที่เคยมียอดขายกว่า 3 ล้านเล่มต่อสัปดาห์ ตกลงเหลือเพียง 1.9 ล้านเล่มเท่านั้น ทำให้โชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ยังคงครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดต่อไป เรื่องเด่นๆในเล่มก็มี เนกิมะ, School Rumble, Air Gear, ซึบาสะ สงครามเทพข้ามมิติ เป็นต้น

ปิด Young King Ours+ ของค่าย Shonen Gahosha โดยการ์ตูนเด่นในเล่มมี Lock the Superman Raizer ของอ.ยูกิ ฮิจิริ, Holy Brownie ของอ.โคชิ ริคุโด ผู้เขียน Excel Saga และ Hellsing : The Dawn ของอ.โคตะ ฮิราโนะ

ปิดสำนักพิมพ์ Asahi Sonorama แม้ว่าจะเป็นบริษัทลูกของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง อาซาฮี เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 1959 หนังสือการ์ตูนที่ตีพิมพ์ในชื่อของอาซาฮีโซโนรามา จะถูกนำไปตีพิมพ์ในชื่อของหนังสือพิมพ์อาซาฮีแทน งานของ อ.อิโต จุนจิ แห่งก้นหอยมรณะ (และคลังสยองขวัญลงหลุม) ก็สังกัดค่ายนี้เหมือนกัน

Enterbrain สั่งปิด Magi-Cu (Magical Cute) หนังสือที่มีส่วนผสมของการ์ตูน นิยาย และภาพอิลลัสท์ เน้นความโมเอะ ได้กำหนดให้ฉบับที่ 40 (25 มิ.ย.) เป็นฉบับสุดท้ายหลังจากที่ออกมานานถึง 7 ปี

 

Shonen Fang ของสำนักพิมพ์  Leeds ปิดตัวในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  หลังจากที่เปิดตัวได้เพียงปีเดียว คาดกันว่าคงมีโดนลอยแพกันแน่นอน

Comic Bom Bom ของ โคดันฉะ ปิดตัวลงตามมา หลังจากที่เป็นการ์ตูนจับกลุ่มเด็กประถมมาถึง 26 ปี ล่าสุดยอดขายที่ลดลงเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะชนะ Coro Coro Comic ของโชกาคุคังได้ มีหลายเรื่องที่ทยอยจบลง ที่ยังไม่จบก็คงจะไปต่อใน Shonen Rival ที่จะเปิดตัวใหม่ จับกลุ่มเด็กม.ต้น โดยการ์ตูนนำน่าจะเป็น Get Backers ภาคใหม่ (ยังไม่จบไม่สิ้นกันสินะ) เรื่องเด่นในเล่มก็มี Negima Neo (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับเนกิมะธรรมดานะ)

นอกจากในวงการมังงะแล้ว วงการอนิเมก็แย่เช่นกัน หนังสือพิมพ์นิคเคอิ ได้ทำสำรวจผลประกอบการในปี 2007 ของบริษัทอนิเมชันในญี่ปุ่น พบว่าหลายบริษัทมีกำไรลดลงอย่างน่าเป็นห่วง TOEI ANIMATION กำไรหดหายไป 28% หรือ 2,700 ล้านเยน จากยอดขาย DVD ที่ลดลง BANDAI VISUAL ลดลง 3% หรือ 4,800 ล้านเยนเพราะยอดขาย CD เพลงจากค่าย Lantis ไม่ดีขึ้น ส่วน GDH หรือว่า GONZO DIGIMATION HOLDING นั้นน่าจะดีที่สุดเนื่องจากใช้วิธีลดต้นทุนแทน (เผามากขึ้นใช่ไหม - -)

ด้วยเหตุนี้ ทางค่ายผู้ผลิต โดยเฉพาะ GDH ต่างลงความเห็นว่า แฟนซับนั้นเป็นตัวทำลายวงการอนิเมญี่ปุ่น ส่งผลให้ยอดขายในต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกาลดลงอย่างมาก และทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็มีการของร้องรัฐบาลสหรัฐให้ปราบปรามพวกละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการเผยแพร่ผ่านโปรแกรม download แบบ P2P (bit torrent ทั้งหลายนั่นแหละ) และยังมีทาง Sunrise ที่มอบสิทธิ์ให้กับ DEX ในการดูแลการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆในไทย (แม้ว่าบางเรื่องจะยังไม่ได้ลิขสิทธิ์เข้ามาก็ตาม) ซึ่งในต่างประเทศก็มีการทำแบบนี้เช่นเดียวกัน

ท่าทางปัญหานี้จะยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะมันประกอบด้วยหลายๆปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจในญี่ปุ่นเอง จำนวนผู้อ่านและผู้ชมหน้าใหม่ก็ลดลงเนื่องจากมีสื่อใหม่ๆต่างเข้ามาทำตลาดตรงนี้ รวมไปถึงความพยายามที่จะลดทุนทำให้ผลงานออกมาไม่ได้คุณภาพที่ดีพอ

ข้อมูลรวบรวมจาก http://www.cartoon.co.th

ปล. ในบ้านเราก็ไม่ต่างกัน ยอดขายในสำนักพิมพ์ต่างๆก็ลดลงอย่างมาก จนหลายๆค่ายเริ่มจะต้องปรับตัวอย่างมาก (รวมทั้งบ่นก็มาก)

ปล.2 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการละเมิดลิขสิทธิ์ส่งผลรุนแรงต่อวงการการ์ตูนมากขนาดไหน สำหรับผมแล้วก็อุดหนุนอนิเมลิขสิทธิ์อยู่เสมอๆ ครับ

ปล.3 ข่าวนี้มันเครียดไปรึเปล่านะ ^^ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เครียดจิงงับ

#1 By AnimeWving on 2007-12-20 23:22

= =!

โดนสั่งปิดไปหลายเจ้าเลย T T
ยังงี้.............ลิขสิทธิิ์์มีโอกาสลอยไปกับทะเลด้วยนะสิ T[]T

#2 By mayWz on 2007-12-20 23:28

เห~~ หายไปหลายเล่มเลยแฮะ...

เราว่า... ที่ fansub ทำลายตลาด ส่วนมากก็เป็นเพราะบริษัทลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ รับ anime เรื่องที่ดังๆ มาทำช้า จนแฟนๆ รอไม่ไหวล่ะค่ะ เนื่องจากทีม fansub ส่วนมากที่ทำซับออกมา... เค้าก็ทำเนื่องจากชอบ และมีการบอกให้สนับสนุนตัวที่มีลิขสิทธิ์ รวมทั้งถ้าเรื่องไหนมีลิขสิทธิ์ในประเทศแถบตะวันตกแล้ว ส่วนมากเค้าก็จะหยุดทำ และหยุดแจกจ่ายนะคะ...

เราเองก็มีโหลด fansub ดูเหมือนกัน ในกรณีที่เรื่องนั้นยังไม่มีออกมาในไทยน่ะนะ... แต่ส่วนมากถ้าของไทยมีออกเป็นแผ่นมา เราก็พยายามจะซื้อมากกว่าจะโหลดนะ... เพราะถ้าอีกหน่อยเกิดบริษัทพวกนี้เจ๊งไป เราจะเอาอะไรดูล่ะคะ TwT

จริงๆ แล้วเราว่าการทำ fansub เนี่ย... ก็มีส่วนช่วยให้ anime เรื่องนั้นๆ เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นด้วยนะ? เพราะงั้นก็... คงต้องขอให้บริษัทลิขสิทธิ์รีบๆ รับลิขสิทธิ์เข้ามาทำเร็วๆ ก่อนที่ทีม fansubs จะออกซับมาจนจบนั่นล่ะค่ะ

หวา~ เม้นท์ซะยาวเลย ^^"
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
ถูกครับ โหลดมาดูแล้ว
ทำไมต้องไปซื้อของจริง

#4 By ซูเนะโอะ on 2007-12-21 00:43

โอว
แย่แล้วสินะ

#5 By [=M e K=] on 2007-12-21 00:55

พวกนิตยสาร บางทีก็มีให้ bit อย่างรวดเร็ว
ออกมาไม่ทันไร ก็เจอในbitแล้ว

ฉะนั้นถ้ามันจะเจ็ง ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าสงสัย

แต่ต่อไปข้างหน้า เราจะอ่านอะไรล่ะ ทีนี้?

#6 By --อาเย่-- on 2007-12-21 01:49

เอ่ออ

เสียดายแทนจัง

เราก็ซื้อการ์ตูนลิขสิทธิ์ น่ะ แต่บางทีมันแพงมากๆ ก็น่ะ..โหลดเอาง่ายกว่า ( เหอะๆ)

#7 By ~LuMiNa~ on 2007-12-21 02:54

บางทีก็อยากซื้ออะนะ แต่ว่ามันไม่เข้าไทย แบบนั้นก็ต้องโหลดเอาอะดิ

ทุกๆคนก็คงมีความคิดเหมือนเรา

แต่ว่าโดยส่วนมาก พวกเหล่าโอตาคุทั้งหลายแหล่ เวลาดูของก็อปแล้ว ยังไงถ้าชอบจริงๆ ก็ต้องซื้อของแท้ เราอะคนนึง

แต่ถ้าเป็นบางเรื่องเช่น อนิเมะนารุโตะ หรือเรื่องที่มันไม่จบซักที ก็ใช้ประเภทที่ยืมเพื่อนมาดู

ยังไงก็พูดถึงเรื่องอนิเมะแล้ว ปัจจุบันในไทยเอง พวกแผ่นก็อปจากอนิเมะแบบลิขสิทธิ์จากทางค่ายการ์ตูนดัง 3 ค่ายใหญ่ ไทก้า เด็กซ์ โรส อะคะ ยังมีให้หาซื้อกันเกลื่อนอยู่เลย แบบว่าน่าสงสัยมากเลย ทำไมมันโจ่งแจ้งขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินคดีอะไรเลย อุอุ
Hot!

ก็น่าเครียดจริงๆเนอะ
เลายเล่มก็ต้องปิดไป

#9 By ◄KAPOOK•KUN►MagisteR on 2007-12-21 10:34

ข่วานี้เครียดจริง กลัวไม่มีการ์ตูนดีๆให้ลูกหลานได้อ่าน lol

ที่ว่าแฟนซับทำลายวงการการ์ตูนนี่ผมว่ามีส่วนแค่ส่วนหนึ่งครับ เพราะคนที่เต็มไปด้วยจรรยาบัญก็มีเยอะแยะ แต่ที่ว่าเยอะกว่าคือพวกไร้จรรยาบัญ เช่นพวกก๊อปเอาไปขาย หรือพวกเกรียนอื่นๆ (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ไม่งั้นเดี๋ยวยาว)

ส่วนในเรื่องรายด้านจากทั่วโลกนี่ต้องดูหลายๆปัจจัยครับ
อย่างการ์ตูนและนิตยสารในไทยแพงขึ้นๆเอาทุกวัน ใครๆมันก็ต้องบ่น เพราะคุณภาพไม่ได้ขึ้นตามเลย ยิ่งเรื่องลิขสิทธิ์ช้านี่ไม่ต้องพูดถึง รวมไปถึงพวกดองเค็มการ์ตูนด้วย (บางสำนักพิมพ์ชอบกว้านซื้อลิขสิทธิ์มาเพียบ แต่ไม่เคยออก เอาไว้บูชาหิ้งเฉยๆ)

ปัจจัยทั้งหมดมันก็มาจากผู้ผลิตด้วยแหละครับ ไม่ได้มาจากแค่ผู้บริโภคอย่างเดียว เพราะผู้บริโภคย่อมต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองอยู่แล้ว

#10 By BuGonG on 2007-12-21 11:37

ยินดีที่ได้รู้จักครับ [ฝากประชาสัมพันธ์งานด้วยนะ กับการ์ตูน 4 สี กว่า 300 หน้าที่ทำเองลงทุนเอง
ตอนมี้ผมทำบล็อค รวบรวมเสร็จแล้ว ยังไงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ลองเข้ามาแวะชมให้กำลังใจสนับสนุนด้วยนะครับ เล็ก ประพันธ์http://lekprapan.exteen.com/Hot!
เครียดจริงนะครับ ประเด็นนี้

นิตยสารหลายหัว และการ์ตูนหลายเรื่อง ต้องเผชิญปัศหาวงการซบเซาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าปรับตัวได้ หาทางหนีทีไล่ได้ ก็แฮปปี้กัน ทั้งคนเขียนและคนอ่าน

..อย่างเคลย์มอร์นี่ ผมก็ดีใจมากๆเลย ที่สามารถหาทางเขียนต่อได้แบบนี้

...แต่หลายเรื่องก็ทำแบบนั้นไม่ได้ และจบได้ไม่สวยเอาซะเลย ทั้งสำหรับนักเขียน สำหรับนักอ่าน และสำหรับเรื่องราวของที่ยังคงค้างคา

ส่วนประเด็น fansub ซึ่งถูกยกมาเล่นงานหลายต่อหลายครั้งในยุคนี้ ส่วนตัวก็เห็นด้วยนะครับว่า มีส่วน(อย่างมาก มากจริงๆ)ต่อภาวะตกต่ำทางยอดขยเช่นทุกวันนี้....เพราะผมไม่เชือ่ว่า ปัญหารายรับน้อยลงของวงการการ์ตูน-อนิเมเนี่ย มันจะเกิดจากแค่"วงการมาถึงจุดอิ่มตัว ทั้งทางความคิด และไอเดียนำเสนอ"

ผู้เสพก็ยังไม่น้อยไปกว่าเดิมหรอก แต่ช่องทางที่จะเสพอย่างถูกต้องเนี่ย มันมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม้ผมจะเป็นขาบิทคนนึง แต่ก็สนับสนุนลิขสิทธิ์เรื่องที่ชอบทุกครั้ง...และยังคิดว่า ดีเสียอีก ที่มีบิทให้สกรีนเรื่องต่างๆก่อน ว่าดีหรือไม่ดียังไง

...ขออวยพรให้พ้นวิกฤตได้โดยเร็ววัน

Hot!

#12 By Zieghart on 2007-12-21 14:30

^
^
**ช่องทางที่จะเสพอย่างไม่ถูกต้อง

#13 By Zieghart on 2007-12-21 14:31

อืม.....
ก้อว่าทำไม หนังสือการ์ตูนราคาเพิ่มกันพรวดๆ
ส่วนตัวผม...
ผมซื้อประจำครับ
แต่ก็น้อยลงแล้ว...
เพราะราคามันไม่ไหวจริงๆsad smile
ปล. พูดถึง พวก scan ก็หาอ่านง่ายมากจริงๆนะครับเนี่ย......

#14 By ::~BilNZ~:: on 2007-12-21 17:59

เรื่องแสกนนี่ ถ้ายังไงก็อยากจะซื้อของจริงอยู่ดีน่ะแหล่ะ

แต่เรื่องโหลดบิท.... เคยเจอบอร์ดของไทย แจกอนิเมจาก TIGA DEX ROSE เหอะๆ..... เกรียนเอ๊ย.... สักแต่ว่าใช้ ไร้หัวคิดจริงๆ

อย่างว่าแหล่ะ ปัญหาอยู่ที่เกรียนรุ่นใหม่ตะหาก กับเรื่อง การ์ตูนรุ่นใหม่จุดขายเปลี่ยนไปล่ะมั้ง เลยทำให้แฟนเก่าตีจาก+แฟนใหม่ไม่เข้า

แอบโล่งใจที่ค่ายประจำยังไม่โดน เอิ้ก....

#15 By LUMiN on 2007-12-21 19:17

ผมยอมรับนะครับว่าผมก็หาจาก bit เหมือนกัน

แต่ผมก็อุดหนุนของสิขสิทธิ์อยู่ตลอดนะครับ

เพราะยังไงๆแล้วของสิขสิทธิ์ก็มีคุณภาพดีกว่าอยู่แล้ว

#16 By UnknowPerson on 2007-12-21 21:16

tongue sad smile

#17 By MIKAZUKI on 2007-12-22 00:47